ที่มา นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 9 ก.ย.59
โดย ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.
ไม่มีการเดินทางครั้งใดในชีวิตมุสลิมที่จะยิ่งใหญ่เท่ากับการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์
ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย การปฏิบัติข้อสุดท้ายตามบทบัญญัติศาสนาอิสลาม
เปรียบประดุจการเดินทางไปยังบ้านของพระเจ้า ภารกิจอันทรงเกียรติที่มุสลิมทั้งหลายต่างมุ่งมั่นและรอคอย
เมื่อถึงเวลาดังกล่าวมุสลิมทุกเผ่าพันธุ์ ทุกเชื้อชาติจากทุกสารทิศจะหลั่งไหลไปรวมตัวเพื่อร่วมทำพิธีจำนวนนับล้านในแต่ละปี
พิธีฮัจญ์ ถูกกำหนดให้มีมานับตั้งแต่อดีต ซึ่งเป็น ๑ ใน ๕ ตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม
ในอดีตการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องเดินทางด้วยเรือเดินทะเล
ใช้ระยะเวลายาวนานเป็นแรมเดือน อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อเภทภัยในรูปแบบต่างๆ
บางรายประสบปัญหาเจ็บป่วยและเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง ทำให้การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในสมัยนั้น
อาจหมายถึงการเดินทางครั้งสุดท้ายในชีวิต จึงทำให้ญาติมิตรต่างรู้สึกอาลัยอาวรณ์
และมีการกล่าวอโหสิกรรมให้กันและกัน เสมือนเป็นประเพณีแห่งการร่ำลาที่สืบทอดมาจนปัจจุบัน


ปัจจุบันการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ส่วนใหญ่ใช้เครื่องบินโดยสารเป็นยานพาหนะ
มีความสะดวกและรวดเร็ว มากขึ้น สำหรับในประเทศไทยมีเส้นทางการบินหลายเส้นทาง เช่น
จากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิสำหรับผู้ที่อยู่ในภาคกลางและภาคอื่นๆ
สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ สนามบินภูเก็ต สนามบินนครศรีธรรมราช
สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ และสนามบินจังหวัดนราธิวาส สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
การประกอบพิธีฮัจญ์ในปัจจุบัน มีผู้ประกอบกิจการคอยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ
เริ่มตั้งแต่การติดต่อกับส่วนราชการในการออกหนังสือเดินทาง การจัดการเรื่องเครื่องบินเดินทาง
อาหารและที่พัก และอื่นๆ ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายการส่งเสริมกิจการฮัจญ์ของรัฐบาล ที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจญ์ขึ้น
โดยกำหนดให้มี “คณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย”มีหน้าที่ออกระเบียบ ข้อบังคับ ว่าด้วยการส่งเสริมกิจการฮัจญ์
เพื่ออำนวยความสะดวก รวมทั้งมีหลักประกันในความปลอดภัยให้กับผู้ไปประกอบพิธี
พร้อมทั้งแต่งตั้ง“อะมีรุ้ลฮัจญ์”หัวหน้าคณะผู้แทนฮัจญ์อย่างเป็นทางการของประเทศไทยเพื่อประสานงานกับทางประเทศซาอุดิอาระเบีย
เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสามารถประกอบพิธีได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนทุกขั้นตอนตามที่เรียกกันว่า“ฮัจญ์มับรูจ”ที่บรรดาผู้แสวงบุญทั้งหลายต้องการ
พิธีฮัจญ์ จะมีขึ้นในวันที่ ๘ เดือนซุลฮิจยะห์
เดือนสุดท้ายของปีฮิจเราะฮ์ศักราช ประกอบด้วยขั้นตอนการปฏิบัติ ต่างๆ
เริ่มต้นจากผู้ประกอบพิธีที่ไปรวมตัวที่นครเมกกะ และเข้าสู่การครองอิหฺรอมด้วยการแต่งกายด้วยผ้าขาว
ตั้งเจตนาที่จะปฏิบัติเพื่อพระเจ้า
หลังจากนั้นจะออกเดินทางไปยังทุ่งมีนาพักแรม ๑ คืน เช้าตรู่ออกเดินทางสู่ทุ่งอะระฟะฮฺ ซึ่งจะถึงประมาณเวลาบ่ายก็จะทำวูกูฟ
หรือขอพรต่อพระเจ้าไปจนถึงค่ำ หลังจากนั้นจะออกเดินทาง ในเวลากลางคืนไปยังทุ่ง
มุซตะลิฟะฮฺ พักค้างแรมอีก ๑ คืน พอรุ่งขึ้นตรงกับวันที่ ๑๐ จะเป็นวันรายอวันอีดิลอัฎฮา
ส่วนผู้ที่ไม่ไปร่วมพิธีฮัจญ์จะทำกุรบานและละหมาดในมัสยิด
ผู้ที่เข้าร่วมพิธีจะทำการโกนผมเปลื้องเครื่องแต่งกายจากชุด อิหรอมเป็นชุดปกติ เดินทางกลับมายังทุ่งมีนาอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำพิธีขว้างเสาหินจำนวน
๓ ต้น ในเวลา ๓ วัน หลังจากนั้นจะออกจากทุ่งมีนามุ่งสู่สถานที่สำคัญคือมัสยิดอัลฮารอม
ศูนย์กลางศาสนาอิสลามเพื่อเวียนรอบกะบะห์หรือหินดำจำนวน ๗ รอบ
และเดินไปมาระหว่างเขา ๒ ลูกคือ เขาซอฟาและเขามัรวะฮฺ ครบ ๗ เที่ยว
จึงจะกลับเข้าเวียนรอบหินดำอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี
สำหรับพิธีฮัจญ์ปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๐ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๙
ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางไปล่วงหน้าตั้งแต่เดือนสิงหาคม
ทั้งนี้เพื่อเยี่ยมเยือนสถานที่สำคัญๆ ทางศาสนา เช่น มัสยิดกุบาอ์
มัสยิดแรกที่ศาสดามูฮัมหมัดสร้างขึ้นในครั้งที่อพยพมาที่มาดีนะห์ ภูเขาอูฮูด
สมรภูมิสงครามครั้งประวัติศาสตร์ที่ทำให้มุสลิมต้องสูญเสียนักรบชะฮีดมากที่สุด
และมัสยิดนะบะวีย์ หรือมัสยิดนบีเพื่อเยี่ยมกุโบร์ของศาสดา ซึ่งทั้งหมดเป็นกิจกรรมเสริมการประกอบพิธีฮัจญ์ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ซึ่งปีนี้ทางรัฐบาลโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับบริษัทการบินไทย
ได้จัดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ให้กับผู้เดินทางจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บินตรงจากท่าอากาศยานนราธิวาส
ไปยังท่าอากาศยานมาดีนะด์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ โดยมีนายภาณุ อุทัยรัตน์
เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสิทธิชัย
ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งญาติพี่น้องผู้แสวงบุญและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีส่งและขอดุอาร์อำนวยพรให้กับผู้เดินทางอย่างสมเกียรติ
สำหรับปีนี้บริษัทการบินไทยได้จัดเที่ยวบินพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน
๔ เที่ยวบิน มีผู้โดยสารรวม ๑,๑๔๗ คน ให้บริการระหว่างวันที่
๔–๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ ต่อเนื่องเป็นปีที่ ๔ นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๖
เป็นต้นมา ซึ่งปีนี้มีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์จากประเทศไทยรวมทั้งสิ้น ๙,๖๐๒ คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีทั้งสิ้นกว่า ๓ ล้านคน จากทั่วโลก


การประกอบพิธีฮัจญ์เป็นการปฏิบัติประการสุดท้ายตามบทบัญญัติ ๕ ประการของศาสนาอิสลาม
ที่มุสลิมทุกเผ่าพันธุ์
ทุกเชื้อชาติต่างรอคอยโอกาส และด้วยศรัทธาอันแรงกล้าที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์
ทำให้มุสลิมจำนวนมากพยายามสะสมเงินตราที่หาได้มาเกือบตลอดชีวิต เพื่อให้ได้ไปปฏิบัติครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามมีมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยส่วนหนึ่ง ที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลให้ได้รับโอกาสเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์โดยใช้งบประมาณจากโครงการของรัฐบาล
ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งส่วนราชการ
โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้คัดสรร ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น